10

1. ไข่บาลุท (Balut)

Balut
ดูท่าว่าไข่บาลุท (Balut) จะเป็นขาประจำที่มีชื่อติดอยู่ทุกครั้งเมื่อมีการจัดอันดับสุดยอดอาหารแปลก แถมมักจะรั้งเบอร์หนึ่งได้อยู่บ่อยๆ เสียด้วย แม้จะไม่ได้ขยับไปมาให้เห็นอย่างปลาหมึกเป็นๆ ของจานเด็ดชาวเกาหลี แต่ไข่ของเป็ดและไก่ที่ถูกนำมาต้มโดยภายในบรรจุไว้ด้วยตัวอ่อนเกือบเต็มวัยนั้น ก็นับว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่แปลกที่สุดของโลกได้อย่างไม่ต้องสงสัย ไข่บาลุทพบเห็นได้ทั่วไปในฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเวียดนาม โดยหาซื้อได้ตามท้องถนน ว่ากันว่ารสชาติของไข่บาลุทเหมือนกับไข่และเป็ด (หรือไก่) ทำเอาหลายๆคนพากันแปลกใจว่าทำไมอาหารที่ดูสุดจะประหลาดนี้จึงมีรสชาติแสนจะธรรมดาเสียเหลือเกิน ที่สุดแล้วแม้รูปลักษณ์จะดูน่าขยะแขยงเพียงไร แต่รสชาติก็คือไก่ดีๆ นี่เอง


2. ซานนาคจิ (Sannakji)



ปัจจุบันนี้ เมื่อซาชิมิและซูชิสามารถหารับประทานได้จากทั่วโลก การกินอาหารทะเลแบบดิบๆ จึงไม่ถือว่าเป็นความท้าทายอีกต่อไป อย่างไรก็ดี จานเด็ดของชาวเกาหลีอย่าง ซานนาคจิ (Sannakji) ก็เป็นอะไรที่แตกต่างเพราะงานนี้คุณจะได้กินสัตว์ทะเลที่ยังไม่ตาย กรรมวิธีเริ่มต้นด้วยการนำลูกปลาหมึกเป็นๆ มาแล่ออกเป็นชิ้นเล็กๆ และปรุงรสด้วยน้ำมันงา หนวดของปลาหมึกยังคงดิ้นกระดุกกระดิกขณะที่ถูกนำมาเสิร์ฟ เพราะงั้น ถ้าคุณเคี้ยวไม่ระวัง มันก็อาจไปติดที่ปากและคอหอยได้ ขอแนะนำว่าเมนูนี้ไม่เหมะกับนักชิมที่ใจเสาะปัจจุบันนี้ เมื่อซาชิมิและซูชิสามารถหารับประทานได้จากทั่วโลก การกินอาหารทะเลแบบดิบๆ จึงไม่ถือว่าเป็นความท้าทายอีกต่อไป อย่างไรก็ดี จานเด็ดของชาวเกาหลีอย่าง ซานนาคจิ (Sannakji) ก็เป็นอะไรที่แตกต่างเพราะงานนี้คุณจะได้กินสัตว์ทะเลที่ยังไม่ตาย กรรมวิธีเริ่มต้นด้วยการนำลูกปลาหมึกเป็นๆ มาแล่ออกเป็นชิ้นเล็กๆ และปรุงรสด้วยน้ำมันงา หนวดของปลาหมึกยังคงดิ้นกระดุกกระดิกขณะที่ถูกนำมาเสิร์ฟ เพราะงั้น ถ้าคุณเคี้ยวไม่ระวัง มันก็อาจไปติดที่ปากและคอหอยได้ ขอแนะนำว่าเมนูนี้ไม่เหมะกับนักชิมที่ใจเสาะ

 

 

 

3. ฮะคาว (Hakarl)

 

 

Anthony Bourdain เป็นที่รู้จักในฐานะสุดยอดนักทานอาหารแปลกของโลก กล่าวไว้ว่า ฮะคาวเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงที่สุดเท่าที่เขาเคยรับประทานมา มันเป็นอาหารของชาวไอซ์แลนด์และเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นรุนแรงของแอมโมเนีย ทำมาจากเนื้อฉลามกรีนแลนด์หรือฉลามบาสคิงที่ถูกควักเครื่องในออก จากนั้น ก็นำมาหมักเป็นเวลา

 2-4 เดือน คุณสามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าในประเทศไอซ์แลนด์ตลอดทั้งปี ปกติแล้ว มักจะเสิร์ฟโดยหั่นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเสียบบนไม้จิ้มฟัน

 

 

 

4. อูฐยัดไส้ (Stuffed Camel)

 

 

 

สูตรการทำอูฐยัดไส้นั้นอาจจะฟังแล้วดูเหมือนตลกร้าย เพราะมีส่วนผสม ประกอบไปด้วย อูฐหนึ่งตัว ลูกแกะ หนึ่งตัว และไก่ 20 ตัว หนังสือกินเนสส์บุ๊คถึงกับต้องบันทึกไว้ว่า นี่เป็นเมนูอาหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีตัวอย่างแน่ชัดว่าจานเด็ดชนิดนี้มีอยู่จริงหรือไม่ ตำนานกล่าวไว้ว่าอูฐยัดไส้เป็นอาหารดั้งเดิมของชาวอาหรับที่ใช้ชีวิตท่องไปตามทะเลทราย โดยมีวิธีการปรุงไม่ต่างจากการทำตุ๊กตารัสเซียนัก เริ่มแรก พวกเขาจะนำไก่มายัดไส้ด้วยข้าวและไข่ จากนั้น เอาไก่ทั้งตัวไปใส่ไว้ในลูกแกะ แล้วก็เอาลูกแกะทั้งตัวที่ยัดไส้ไก่ไปใส่ไว้ในอูฐอีกที หลังจากนั้น ก็นำไปย่างจนกระทั่งสุกและรับประทาน ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือไม่ ปริมาณอาหารที่ได้จากอูฐยัดไส้ก็ทำให้มันสมควรได้รับการจัดลำดับอยู่ในลิสท์ของเรา

 

 

 

5. ร็อคกี้ เมาน์เท่น ออยสเตอร์ (Rocky Mountain Oyster)

 

 

  

 

คุณคงสงสัยว่า Oyster แปลกตรงไหน? คำตอบน่าจะอยู่ที่ Oyster ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหอยนางรม แต่เป็นชื่อที่ใช้เรียกอัณฑะทอดกรอบของกระบือ วัว หรือหมูป่า จานเด็ดที่มีนามว่า ร็อคกี้ เมาน์เท่น ออยสเตอร์ นี้ (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Prairie Oysters) เป็นที่รู้จักกันดีและได้รับความนิยมในแถบที่มีการทำฟาร์มปศุสัตว์กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา พวกเขาจะลอกผิวหนังด้านนอกของอัณฑะออก เสร็จแล้วนำไปต้มและผสมกับแป้ง จากนั้นก็ทอด โดยปกติ จะเสิร์ฟพร้อมราดด้วยซอสค็อคเทล

 

 

 

6. คาสุ มาร์ซู (Casu Marzu):หนอนแม๊กซิกัน

 

 

คาสุ มาร์ซู มีต้นกำเนิดจากเมืองซาร์ดิเนียในอิตาลี โดยเป็นเนยแข็งที่หนอนตัวอ่อนใช้เป็นที่อยู่อาศัย พวกมันถูกใส่เข้าไปในเนยแข็งอย่างจงใจเพื่อเพิ่มระดับการหมักให้สูงขึ้นจนถึงจุดที่ไขมันของเนยแข็งแตกตัว หนอนที่เล็กและโปร่งแสงนี้กระโดดได้สูงถึงครึ่งฟุตหากถูกรบกวน ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายๆคนจะจัดการเอาเจ้าตัวอ่อนพวกนี้ออกไปให้หมด ก่อนจะลิ้มลองเนยแข็งกลิ่นรุนแรงนี้แบบเต็มๆคำ

 

7. ฟูกุ (Fugu)

 

 

 

ฟูกุ เป็นคำในภาษาญี่ปุ่นที่ใช้เรียกปลาปักเป้า โดยปลาชนิดนี้มีสารพิษเตโตรโดท็อกซิน (tetrodotoxin) ในปริมาณมากพอที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องขอบอกไว้เลยว่า พ่อครัวที่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษ  2-3 ปีและได้รับประกาศนียบัตรแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถนำปลาชนิดนี้มาปรุงอาหารได้ พ่อครัวบางคนเลือกที่จะให้เหลือพิษของปลาปักเป้าไว้เล็กน้อยในเนื้อเพื่อสร้างความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ลิ้นและริมฝีปาก เนื่องจากจริงๆแล้ว เนื้อของมันไม่ค่อยมีรสชาติ บางทีจุดเด่นของฟูกุน่าจะอยู่ที่ความตื่นเต้นจากการได้รับประทานแล้วรอดชีวิตมาได้ มากกว่าจะอยู่ตรงรสชาติที่แท้จริงของเนื้อปลา

 

 

8.ซุปองคชาติกวาง (DEER PENIS SOUP)

 

ตำรายาแผนโบราณของชาวจีนเชื่อว่า สมุนไพร รกเด็ก สัตว์มีพิษ เครื่องในสัตว์ ช่วยรักษาโรคหรือบำรุงร่างกายตามการแพทย์สมัยเก่าได้ ซึ่ง ปัจจุบันก็มีคนเชื่อเช่นนั้นด้วย เลยเป็นที่มาของเมนูพิเศษจานนี้ สำหรับคนที่รู้สึกตัวว่าเสื่อมสมรรถนะ หรือพลังทางเพศอ่อนแอ ต้องใช้อาหาร ชนิดนี้เข้าช่วย ซุปองคชาติกวางที่ให้สรรพคุณในการรักษาเทียบเท่ากับยาโด๊ป และราคาแพงหูฉี่อย่าบอกใคร แต่สำหรับชายที่ต้องการความมั่นใจอะไร ๆ ก็สู้ได้

 

 

9.สเต็กงูหางกระดิ่ง (RATTLE SNAKE STEAK)

 
อาหารต่อไปนี้ได้มาจากสัตว์ที่อันตรายที่สุด ไปที่ เท็กซัส อเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งของงูหางกระดิ่งที่ชุกชุมที่สุด ที่นี่มีเทศกาลเกี่ยวกับงูหางกระดิ่ง ชื่อว่า แรทเทิ้ล สเน็ก ราว อัพ (RATTLESNAKE ROUND-UP) นอกจากมีงูตัวใหญ่มาให้ดู ยังมีเมนูเด็ดที่เกี่ยวกับงูด้วย สเต็ก..ใครๆ ก็ชื่นชอบ แต่ทั่วทั้งเท็กซัสมีแต่สเต็กงูหางกระดิ่งเต็มไปหมด แล้วคุณยังอยากจะชื่นชอบอยู่มั้ย ที่ร้านบิ๊ก เท็กซาน แรนช์ (BIG TEXAN RANCH) เขาขอ เปิดเมนูงูด้วยการทอดมัน คลุกเข้ากับแป้งจนกรอบได้ที่ และเสิร์ฟพร้อมกับฮาลาปีโน่ (HALAPENO) รสชาติเผ็ด ๆ กับเนื้อสเต็กที่แปลกออกไปลองคุณได้ทานคุณจะไม่กลัวอะไรอีกเลย

 

 

 

10. BUG MENU :แมลงทอด

 

 

 

กลเม็ดเคล็ดลับ

บนแผงของ Areerat มีแมลงทอดหลากหลายชนิด เช่น จิ้งหรีด ตั๊กแตน แมลงชอน แมลงดา หนอนไม้ไผ่ และไข่มด เป็นต้น

“หญิงบาร์ชอบหนอนไม้ไผ่ทอดมากที่สุด แต่มันยากที่จะทอดไม่ให้หนอนมันแตกระเบิดออกมา แต่ฉันมีเคล็ดลับ คือต้องทอดในน้ำมันมากๆ และใช้ความร้อนต่ำ

ลูกค้าชาวเวียดนามและจีนชอบแมงป่องทอด พวกเขาต้องการกินส่วนหางของแมงป่อง ซึ่งมันมีเหล็กใน พวกเขาเชื่อว่าเหล็กในของแมงป่องทำให้พวกเขาเติบโต แข็งแรง

 

  

 

แมงป่อง

 

Buthus martensi Kasch.   

แมงป่องมีหลายชนิด แต่นิยมใช้ชนิดที่มีลำต้นยาวราว 6 ซม. สีเหลือง รูปร่างสมบูรณ์ที่ประเทศจีนนิยมเพาะเลี้ยงไว้เป็นคอกมักจะจับในช่วงฤดูร้อน เรียกว่า แมงป่องฤดูร้อน  มีฤทธิ์ดีที่สุด นำมาแช่น้ำไว้สักครู่  ให้คายดินออกให้หมด   แล้วเอาใส่หม้อใส่เกลือเล็กน้อยต้มให้สุก  นำไปผึ่งให้แห้ง เก็บไว้ทำยา

 

สรรพคุณ

 

ทั้งตัว    รสเค็มเผ็ดเย็น มีพิษ ขับลม ทำให้เส้นและเลือดลมเดินสะดวก ทะลุทะลวงได้ดี ระงับอาการชักเกร็ง ปากหรือหน้าเบี้ยว ถอนพิษ ปวดศีรษะข้างเดียว รูมาติสซึม แก้บาดทะยัก แก้วัณโรคต่อมน้ำเหลือง แก้ชาครึ่งตัว

  

วิธีใช้วิธีใช้      แก้โรคชักเกร็งแก้โรคชักเกร็ง แมงป่อง แมงป่อง 1 Pokies ตัว ตัดหัวและหางทิ้ง ห่อกับใบสาระแหน่ ปิ้งให้เกรียม บดเป็นผง  สำหรับเด็ก  แบ่งรับประทาน  4  ครั้ง  ผู้ใหญ่ถ้าชักมีน้ำลายไหลด้วย กินครั้งเดียว

แก้หูตึง แมงป่องตัดหางทิ้ง บดเป็นผงผสมสุรารับประทานครั้งละ 3 กรัม

แก้บาดทะยัก แมงป่องแห้งและชะมดเชียง อย่างละ 3 กรัม บดเป็นผง พอกที่แผล

แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แมงป่อง 1 ตัว  ต้มดื่ม

แก้วัณโรค แมงป่อง 7 ตัวและจักจั่น 17 ตัว ต้มดื่ม

ต่อมน้ำลายใกล้หูอักเสบ แบบติดต่อ (parotitis) แมงป่องทอดน้ำมันงาจนเหลืองกรอบ รับประทานครั้งละ 1ตัว เช้าเย็น ติดต่อกัน 2 วัน

แก้อุจจาระเป็นเลือด แมงป่องบด 60 กรัม สารส้ม 60 กรัม บดเป็นผลกินกับโจ๊กอุ่นๆ ครั้งละ 15 กรัม

แก้งูพิษกัด แมงป่อง 2 ตัว ตะขาบ 1 ตัว บดเป็นผงผสมสุรารับประทาน

แก้โรคมึนชา  และอาการปวด  แมงป่องบด  รับประทานครั้งละ  1.2  กรัม  ทุกวันเวลาเช้า

แก้วัณโรคต่อมน้ำเหลือง แมงป่อง,ตะขาบ อย่างละ 1 ตัว บดผสมไข่ไก่ คั่วกับน้ำมันจนสุก ห้ามใช้กระทะเหล็ก รับประทานทุกวันตอนเช้า ประมาณ 30 วัน

แก้ไฟลวก แมงป่องสด 30-40 ตัวแช่น้ำมัน 250 กรัม นาน 12 ชม. ขึ้นไป เจาะหนังให้น้ำแตกออก ใช้น้ำมันทา ระงับปวดได้อย่างรวดเร็ว แผลจะหายเร็วทุกราย

แก้ชักเนื่องจากสมองอักเสบชนิด B แมงป่อง 30 กรัม ตะขาบ 30 กรัม ตัวไหม 60 กรัม เทียนหมา (Gastrodia elata Blume) 30 กรัม บดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1-1.5 กรัม ทุก 4-6 ชม. ถ้าชักมาก ครั้งแรกใช้ 3 กรัม

 

 

แมลงสาบ

 

 

เป็นสัตว์ปีกขนาดเล็กตัวแบนๆ  ขี้แมลงสาบที่นำมาใช้ทำยา  เป็นขี้แมลงสาบที่อยู่ในโรงสี  ตัวสีขาวเผือก

 

สรรพคุณ

 

ขี้แมลงสาบคั่วให้กรอบ รสจืด ปรุงยาแก้เม็ดยอดในปากคอ แก้อักเสบฟกบวม แก้พิษร้อน แก้กาฬโรค

 

 

 

 

 

 

Tags:

Comments are closed.